ศาลสิงคโปร์ตัดสินจำคุกชายคนหนึ่งเป็นเวลา 2 ปี จากการมีส่วนรู้เห็นในการโจรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่ากว่า 6.9 ล้านดอลลาร์
สรุป
- ชายชาวสิงคโปร์ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี จากบทบาทของเขาในคดีฉ้อโกงคริปโตเคอร์เรนซี
- แผนการนี้เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัล (crypto wallet) โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้มีการโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลประมาณ 6.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ทางการสามารถกู้คืนคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกขโมยไปได้บางส่วน และยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในระหว่างการสืบสวน
คดีดังกล่าวมีต้นตอมาจากเหตุการณ์ที่แฮกเกอร์เข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต และโอนสินทรัพย์ดิจิทัลออกไปโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ทางการระบุว่า ผู้ต้องหาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการโจรกรรมคริปโต หลังจากที่บัญชีที่ถูกบุกรุกถูกเข้าถึงผ่านระบบคอมพิวเตอร์
จากการตรวจสอบพบว่าปฏิบัติการนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลหลายคน ที่ใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกับศูนย์ซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีทั่วโลก
เมื่อบัญชีถูกเจาะ ระบบคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่าประมาณ 6.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ถูกโอนออกจากกระเป๋าเงิน
กองบังคับการอาชญากรรมทางไซเบอร์ของสิงคโปร์ได้เริ่มการสืบสวนหลังจากได้รับรายงานเกี่ยวกับการเข้าถึงกระเป๋าเงินดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตหลายครั้ง เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้และทำการจับกุมได้ภายในไม่กี่วันหลังจากได้รับแจ้ง
ทางการสามารถกู้คืนเงินที่ถูกขโมยไปได้บางส่วนในระหว่างการสืบสวน พร้อมด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิด เช่น แล็ปท็อปและโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเชื่อว่าถูกนำไปใช้ในการปฏิบัติการครั้งนี้
ในชั้นศาล ชายผู้นี้รับสารภาพในบทบาทของเขาในความผิด และถูกตัดสินจำคุก 2 ปี ตามกฎหมายสิงคโปร์ การทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี และปรับ สำหรับผู้กระทำผิดครั้งแรก
คดีนี้เน้นย้ำถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปที่สินทรัพย์ดิจิทัล ในขณะที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกำลังพยายามอย่างเข้มข้นในการติดตามและกู้คืนคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกขโมยซึ่งเชื่อมโยงกับแผนการแฮกและการฉ้อโกง