ตลาดคริปโตฯ เงียบเหงาในวันนี้: ปัจจัยอะไรทำตลาดซบเซา?
#bearmarket#bitcoin#options14 วันที่แล้ว

ข้อมูลนี้ในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจ ลงทุน

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีรักษาระดับมูลค่าตลาดรวมไว้ที่ประมาณ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ โดยไม่มีสัญญาณการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน เนื่องจากนักเทรดกำลังประเมินสถานะของตนใหม่ท่ามกลางสภาวะตลาดปัจจุบัน

สรุป:

  • ตลาดคริปโตฯ รักษาระดับใกล้ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ โดยการเคลื่อนไหวของราคายังคงซบเซา หลัง Bitcoin ยืนเหนือ 70,000 ดอลลาร์ และ Altcoins หลักส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
  • ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอ่อนแอลง จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และสัญญาณ hawkish จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด
  • การขาดสภาพคล่องใหม่ ความระมัดระวังของ ETF และการหมดอายุของสัญญาออปชันมูลค่า 5.7 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้การซื้อขายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน (sideways trading) และส่งผลให้เกิดการล้างสถานะ (liquidations) มูลค่า 393 ล้านดอลลาร์

Bitcoin: Bitcoin สินทรัพย์ที่ถูกขนานนามว่าเป็น "ทองคำดิจิทัล" เริ่มทรงตัวหลังจากกลับมายืนเหนือระดับ 70,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง หลังจากการร่วงลง 8% จากจุดสูงสุดในวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่ Ethereum ร่วงลง 2.2% ต่ำกว่า 2,200 ดอลลาร์ ส่วนสินทรัพย์คริปโตหลักอื่นๆ เช่น XRP, BNB และ Solana ต่างก็ปรับตัวลดลงประมาณ 1% ในวันศุกร์

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ตลาดคริปโตฯ ชะลอตัว?

การชะลอตัวของตลาดในวงกว้างเกิดขึ้นจากแรงกดดันหลายประการที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ประการแรก การทวีความรุนแรงของสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลางยังคงบั่นทอนความอยากเสี่ยงของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักลงทุนกำลังโยกย้ายเงินทุนกลับไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม เช่น ทองคำและโลหะมีค่าอื่นๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเกิดจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจนทำสถิติใหม่

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2% ในวันนี้ กลับมายืนเหนือ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาเงินปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 4% แตะระดับ 73 ดอลลาร์

ประการที่สอง ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดบ่งชี้ว่าโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ดูเหมือนจะหมดไป ข้อมูล PPI ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มากที่ 0.7% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน และตามมาด้วยการกล่าวสุนทรพจน์เชิง hawkish ของเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งย้ำว่า Fed จะยังคงพิจารณาจากข้อมูลเป็นหลัก และเตือนว่าหากความคืบหน้าในการควบคุมเงินเฟ้อหยุดชะงัก การปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็จะไม่เกิดขึ้น

สินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโตเคอร์เรนซี มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงหรือเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ มาโดยตลอด เมื่อ Fed ใช้ท่าทีระมัดระวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

คุณอาจสนใจ: ราคา Bitcoin ทรงตัวที่ 70,000 ดอลลาร์ ขณะหุ้นเทคโนโลยีเอเชียร่วง

ประการที่สาม หุ้นเทคโนโลยีสำคัญหลายแห่งในเอเชีย เช่น ดัชนีนิเคอิ 225 ของญี่ปุ่น และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีน ปรับตัวลดลงหลังเปิดตลาดในวันศุกร์ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่แสดงแนวโน้มดังกล่าวในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คริปโตเคอร์เรนซี รวมถึง Bitcoin มักจะเคลื่อนไหวตามดัชนีเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูงในช่วงเวลาที่ตลาดโลกมีความไม่แน่นอน

ประการที่สี่ Wall Street กำลังเผชิญกับการหมดอายุของสัญญาออปชันมูลค่ามหาศาลถึง 5.7 ล้านล้านดอลลาร์ในวันนี้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ "triple-witching" ครั้งใหญ่ที่สุดในเดือนมีนาคมที่เคยบันทึกไว้ และคาดว่าจะส่งผลให้เกิดความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญในทุกตลาด คริปโตเคอร์เรนซีมักจะซื้อขายในกรอบแคบๆ ในช่วงเวลาการชำระบัญชีที่ใหญ่เช่นนี้ เนื่องจากนักเทรดเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น

ข้อมูลจาก CoinGlass แสดงให้เห็นว่าตลาดคริปโตฯ มีการล้างสถานะ (liquidations) มูลค่า 393 ล้านดอลลาร์ในตลาดที่มีการใช้เลเวอเรจในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นการล้างสถานะของผู้เทรดที่ถือสถานะ Long ซึ่งบ่งชี้ว่าการเทรดอาจมีการยกเลิกอย่างรวดเร็ว ขณะที่พวกเขารอความชัดเจนจากภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค

ประการที่ห้า มูลค่าตลาดรวมของ stablecoins ไม่ได้แสดงการเคลื่อนไหวสุทธิในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 312 พันล้านดอลลาร์ ตลาด stablecoin ที่ค่อนข้างสงบหมายความว่าขาดสภาพคล่องใหม่ๆ ที่จะไหลเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้นให้ราคามีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ


ข้อมูลนี้ในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจ ลงทุน